top of page

Life After Work · ปฏิพัทธ์ มหาคุณ

Writer: Sawanya Chaisuksawad
Sawanya Chaisuksawad
Sep 29
1 min read

Updated: 5 days ago

“ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองส่งต่อคุณค่าอะไรใหญ่โต แต่อย่างน้อย

ถ้าคุณเดินมาหาผมแล้วได้ยิ้มออกไปสักนิด ผมว่าก็โอเคแล้ว”



จากดนตรี เปียโน เครื่องดื่ม จนถึงช็อกโกแลต คุณยศเป็นคนประเภทที่พอสนใจอะไรแล้วจะลงไปทำความเข้าใจมันจริง ๆ และหลายครั้ง ความชอบเหล่านั้นก็ลงเอยด้วยการกลายเป็นงาน

แต่สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่ว่าเขาทำอะไรบ้าง แต่อยู่ที่ระหว่างทาง สิ่งเหล่านั้นพาเขาไปเจอใคร และเขาทิ้งอะไรไว้ให้คนเหล่านั้นบ้าง


WHEN THE TITLE DIES เมื่อถอดหัวโขน

ถ้าถอดตำแหน่ง บริษัท และอาชีพออกทั้งหมด อะไรในตัวคุณที่ยังทำให้คนอยากรู้จัก?

คุณยศ: น่าจะเป็นเรื่องดนตรีครับ จริง ๆ ผมเรียนจบกลอง แต่สิ่งที่ผมชอบกลับเป็นเสียงของคีย์บอร์ดกับเปียโน ก็เลยหัดเล่นเอง


ผมค่อนข้างถนัดเรื่องการฟัง คือได้ยินเพลงแล้วสามารถเล่นออกมาได้โดยไม่ต้องอ่านโน้ต

แต่ผมไม่อยากเรียกมันว่าพรสวรรค์นะ เรียกว่าผมเข้าใจมันมากกว่า


พอเข้าใจมันมากขึ้น สุดท้ายก็มีโอกาสได้ไปสอนเรื่องนี้โดยตรง ทั้งการฟังและการแกะเพลง จากสิ่งที่เคยเป็นงานอดิเรกนอกเวลางาน มันก็เลยกลายเป็นงานไปอีก

เหมือนหลายอย่างในชีวิตผม พอชอบแล้วศึกษามันไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็เอาไปทำเป็นงานหมด

เริ่มจากการชอบฟังเสียงคีย์บอร์ด สู่การแกะทฤษฎีและศึกษาโครงสร้าง
เริ่มจากการชอบฟังเสียงคีย์บอร์ด สู่การแกะทฤษฎีและศึกษาโครงสร้าง
มุมสบาย ๆ ที่รวมดนตรีกับชีวิตประจำวัน ความหลงใหลที่หัดเล่นเองจนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของงาน
มุมสบาย ๆ ที่รวมดนตรีกับชีวิตประจำวัน ความหลงใหลที่หัดเล่นเองจนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของงาน

มีเรื่องอะไรที่คนมักพูดว่า “เรื่องนี้ต้องถามคุณ”?

คุณยศ: ถ้าเมื่อก่อนก็คงเป็นดนตรี แต่ตอนนี้น่าจะมีเรื่องเครื่องดื่มกับช็อกโกแลตเพิ่มเข้ามา

จริง ๆ วิธีที่ผมสนใจสองเรื่องนี้ค่อนข้างคล้ายกัน คือผมจะพยายามเข้าใจว่ามันทำงานยังไง

อย่างเรื่องเครื่องดื่ม ผมไม่ได้ไปเรียนโดยตรง ก็ศึกษาจากอินเทอร์เน็ต YouTube ดูสูตรของคนอื่น แล้วค่อยเอามาปรับ ผมว่าทุกอย่างมันกลับไปที่ทฤษฎี ถ้าคุณเข้าใจทฤษฎี คุณก็ปรับมันได้ แต่ถ้าคุณไม่เข้าใจ คุณจะปรับไม่ได้

การทดลองปรับสูตรเครื่องดื่มตามทฤษฎี เพื่อสร้างรสชาติเฉพาะตัว
การทดลองปรับสูตรเครื่องดื่มตามทฤษฎี เพื่อสร้างรสชาติเฉพาะตัว

LIFE AFTER WORK ทำงานแล้วไปไหน

ทำงานแล้ว...คุณไปไหน?

คุณยศ: ถ้าถามว่าเลิกงานแล้วไปไหน พูดตามตรงคือ ผมก็จะไม่ทำอะไรแล้ว (หัวเราะ)

เพราะผมแทบไม่มีงานอดิเรกอื่นนอกจากสิ่งที่อยู่ในงาน ตอนที่ผมทำสิ่งที่ทำอยู่ มันก็คืองานอดิเรกของผมด้วย กลับกัน พอออกจากสิ่งที่ผมชอบทำ สิ่งที่ต้องไปทำต่อกลับเป็น “งานจริง ๆ” อย่างบัญชี หาซัพพลายเออร์ หรือจัดการเรื่องอื่น มันเลยอาจจะสลับกับคนอื่นนิดหนึ่ง


สิ่งที่อยู่นอกโลกการทำงาน ให้อะไรกับคุณที่งานให้ไม่ได้?

คุณยศ: ถ้าย้อนกลับไปตอนที่ยังเป็นพนักงานบริษัท ผมคิดว่าสิ่งที่ผมยังไม่มีตอนนั้นคือ ผมไม่รู้ว่าอะไรสำคัญ ไม่ว่าจะในชีวิตหรือในการทำงาน ตอนเป็นพนักงาน ความรับผิดชอบก็สำคัญ แต่พอมาทำอะไรของตัวเอง มันสำคัญกว่าเดิมเยอะ เพราะสุดท้ายเราต้องเป็นคนรับผิดชอบมันเอง

ความรู้ ความเข้าใจก็เหมือนกัน พอต้องทำเองจริง ๆ เราถึงเริ่มรู้ว่าอะไรสำคัญ



THE VALUE I CREATE สิ่งที่ทิ้งไว้ระหว่างทาง

มีโมเมนต์ไหนที่ทำให้รู้สึกว่า “นี่แหละ คือเหตุผลที่เรายังอยากทำสิ่งนี้?

คุณยศ: เป็นความแฮปปี้ส่วนตัวของผมล้วน ๆ เลยครับ

เรื่องเงินไม่ตอบโจทย์แน่นอน ผมไม่ได้ร่ำรวยจากสิ่งนี้ และไม่มีแนวโน้มว่าจะร่ำรวยจากสิ่งนี้ด้วย

แต่ผมยังสนุกกับมันอยู่มาก ๆ ผมว่านั่นคือเหตุผลที่ยังทำอยู่

สิ่งที่คุณทำเคยเปลี่ยนชีวิต หรือสร้างอะไรให้ใครแบบที่ตัวเองคาดไม่ถึงไหม?

คุณยศ: ผมไม่รู้ว่าถึงขั้นเปลี่ยนชีวิตไหม แต่มันมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นกับผมบ่อย ตั้งแต่ตอนเป็นครูจนถึงตอนขายช็อกโกแลตชอบมีคนเข้ามาคุยกับผม อย่างบางคนทำงานอยู่แถวร้านมานาน ไม่เคยเข้าร้านเลย แต่วันสุดท้ายของการทำงาน เขากลับเลือกเข้ามา แล้วนั่งเล่าให้ผมฟังว่าทำไมถึงออกจากงาน

บางคนโดนให้ออก บางคนออกจากงานที่ทำมาหลายปีทั้งที่จริง ๆ ยังชอบอยู่ แล้วช่วงนั้นเขาก็ดาวน์มาก

ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องเป็นวันนั้น ทำไมเขาถึงเลือกมาคุยกับผม

แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เครื่องดื่มหนึ่งแก้ว หรือบทสนทนาของเรา มันช่วยคอมฟอร์ทเขาได้บ้างหรือเปล่า แต่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้งเหมือนกัน


จุดเชื่อมโยงระหว่างงานและความชอบ ที่ที่คุณยศใช้ส่งมอบบทสนทนา เครื่องดื่ม และรอยยิ้มให้กับผู้คนที่แวะเวียน
จุดเชื่อมโยงระหว่างงานและความชอบ ที่ที่คุณยศใช้ส่งมอบบทสนทนา เครื่องดื่ม และรอยยิ้มให้กับผู้คนที่แวะเวียน

PEOPLE CHANGE PEOPLE คนเปลี่ยนคน

คุณเคยเจอคนแบบไหน ที่ทำให้คุณอยากกลับไปเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้น?

คุณยศ: ถ้ามองจากสิ่งที่ผมเจอ ผมว่าการได้ทำอะไรเองทำให้เราเจอคนหลายแบบ แล้วแต่ละคนก็ทำให้เราเห็นอะไรบางอย่างที่เมื่อก่อนไม่เคยคิด โดยเฉพาะเรื่องความรับผิดชอบ การเรียนรู้ หรือการรู้ว่าอะไรสำคัญกับชีวิตเรา ผมคิดว่าพอเราเจอคนมากขึ้น ทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น มันก็ทำให้เราอยากเป็นตัวเองที่แอคทีฟกว่าเดิม อยากเรียนรู้เรื่องอื่นเพิ่มขึ้น ไม่ใช่อยู่แค่กับสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว


คุณคิดว่าตัวเองส่งต่ออะไรกลับไปให้คนรอบตัว?

คุณยศ: ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองส่งต่อ “คุณค่า” อะไรใหญ่โตนะ

ไม่ใช่เงิน ไม่ใช่งาน หรือแม้แต่ความรู้ แต่ถ้าคุณเดินมาหาผมที่ร้าน แล้วผมแซวอะไรคุณสักเรื่องหนึ่ง

อย่างน้อยคุณได้ยิ้มออกไปสักนิด หรือหัวเราะออกไปหน่อย ผมว่าก็โอเคแล้ว

ผมไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไรเหมือนกัน ประมาณนั้นครับ



Life After Work ออกแบบโลกหลังเลิกงาน

ถ้าสร้าง “โลกหลังเลิกงาน” ของตัวเองได้หนึ่งใบ คุณอยากให้โลกนั้นเป็นแบบไหน?

คุณยศ: สำหรับผมอาจจะตอบยาก เพราะงานกับสิ่งที่ชอบมันค่อนข้างปนกันอยู่แล้ว

แต่ถ้าเลือกได้ ผมอยากให้มันเป็นโลกที่ผมยังมีเวลาไปเรียนรู้อะไรอื่น ๆ

พอทำธุรกิจเอง เรารู้เลยว่ามีอีกหลายเรื่องที่เราต้องรู้ การเอาเวลานอกงานไปศึกษาเรื่องอื่นหรือพัฒนาตัวเองด้านอื่น มันสำคัญเหมือนกัน


ในโลกใบนั้น คุณอยากเป็นตัวเองในเวอร์ชันไหน?

คุณยศ: อยากเป็นตัวเองในร่างที่แอคทีฟกว่านี้

แต่ไม่เคยทำได้เลยนะ (หัวเราะ) จริง ๆ ผมไม่ได้เป็นคนแอคทีฟ ผมเป็นคนเฉื่อย ๆ...ไม่สิ เรียกว่าขี้เกียจดีกว่า (หัวเราะ) แต่พอมาทำอะไรเอง เราเรียนรู้ว่าการแอคทีฟมันสำคัญ ถ้ามีเวลาว่างก็อยากเอาไปศึกษาอะไรเพิ่ม ไปเรียนรู้ด้านอื่น ๆ มากขึ้น เพราะงั้นถ้าเลือกได้ ผมก็อยากเป็นคนที่แอคทีฟกว่านี้


DEFINE YOURSELF

ถ้าให้บอกตัวตนของคุณยศแบบสั้นที่สุด คุณเป็นคนแบบไหน?

คุณยศ: “ผมเป็นเนิร์ดที่พยายามจะติสท์...แต่เป็นติสท์ขี้เกียจ” (หัวเราะ)



ถ้าให้เติมประโยคนี้สั้น ๆ “ชีวิตหลังเลิกงานของผม คือ ________”?

คุณยศ: “ชีวิตหลังเลิกงานของผม ก็คืองานของผม” จริง ๆ มันก็ค่อนข้างจะเป็นอย่างนั้นนะ...

เพราะสิ่งที่ผมทำเป็นงานทุกวันนี้ มันก็คือสิ่งที่ผมชอบอยู่แล้ว



 
 
 

Comments


bottom of page