Life After Work: อำพล ลีราภิรมย์

Updated: 5 days ago
“เล่นมากกว่านี้ ไม่ต้องเครียด มีความสุขกับชีวิตมากกว่านี้”

หลังเลิกงาน คุณหมวยกลับไปหาสิ่งที่อยู่กับเขามาตั้งแต่วัยเรียน คือ ดนตรี
จากวันที่งานเต็มไปด้วยความรับผิดชอบ ความกดดัน และเรื่องที่ต้องจัดการ พอถึงเวลาเล่นดนตรี ทุกอย่างง่ายขึ้น เหลือแค่กลอง เพื่อน และเพลงที่อยากเล่น
บางคนในวงรู้จักกันมานาน บางคนเพิ่งเจอกัน แต่ดนตรีทำให้เริ่มต้นกันได้ด้วยประโยคง่าย ๆ ว่า
“เฮ้ย มาแจมกัน”
สำหรับคุณหมวย Life After Work จึงเป็นเวลาที่ได้วางเรื่องจริงจังลง แล้วกลับไป เล่น เจอเพื่อน และสนุกกับชีวิตอีกครั้ง

WHEN THE TITLE DIES
เมื่อถอดหัวโขน
ถ้าถอดตำแหน่ง บริษัท และอาชีพออกทั้งหมด อะไรในตัวคุณที่ยังทำให้คนอยากรู้จัก?
คุณหมวย : "ดนตรีและศิลปะ"
ผมชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก ส่วนกลองเริ่มจากวันหนึ่งในโรงเรียน เมื่อได้ยินเสียงกลองจากงานคริสต์มาสแล้วเดินลงไปดู ก่อนจะพบว่าคนที่กำลังตีอยู่คือเพื่อนของตัวเอง กลับบ้านไปจึงบอกพ่อว่า
“ป๊า ผมจะตีกลอง”
จากนั้นกลองก็พาไปเจอเพื่อน ฟอร์มวง และอยู่ในชีวิตต่อเนื่องมาจนถึงวัย 46
สิ่งที่ผมชอบในดนตรีคือ มันทำให้คนเข้าหากันง่ายขึ้น ไม่ต้องมีบทสนทนาซับซ้อน
คุณเล่นดนตรี ผมเล่นดนตรี งั้นมาเล่นด้วยกัน

LIFE AFTER WORK
ทำงานแล้วไปไหน
คุณหมวย : หลังเลิกงาน ถ้าไม่ได้นั่งดื่มกับเพื่อน ผมมักไปเล่นดนตรี
จากเดิมที่มีวงหลักวงเดียว พอมาแจมและรู้จักคนเพิ่มขึ้น ก็เริ่มมีคนจากวงอื่นชวนไปเล่น จนจากวงเดียวกลายเป็นสามวง
โลกหลังเลิกงานจึงต่างจากโลกการงานอย่างชัดเจน
เพราะงานมีความรับผิดชอบ มีความกดดัน มีปัญหาที่ต้องแก้ และมีเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง
แต่พอเป็นดนตรี ผมไม่ได้มาแข่งกับใคร อยากเล่นเพลงไหนก็ชวนกัน
“เฮ้ย กูอยากเล่นเพลงนี้ว่ะ”
แล้วก็เริ่มเล่น สำหรับผม ดนตรีจึงเป็นพื้นที่ที่ไม่ต้องเอาชนะอะไร
แค่ได้ปลดปล่อย และได้อยู่กับคนที่สนุกกับสิ่งเดียวกันก็พอ THE VALUE I CREATE
คุณหมวย : เล่นไปจนกว่าจะตีไม่ไหว
ผมตั้งปณิธานกับตัวเองไว้แล้วว่า จะเล่นดนตรีต่อไปจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว
แม้ทุกวันนี้จะเริ่มปวดหลัง ปวดขา จากการตีกลองมานาน แต่ก็ยังอยากเล่นต่อ รวมถึงวาดรูปและทำงานศิลปะต่อไปเรื่อย ๆ
เรื่องที่จำได้จากการเล่นดนตรีของเขากลับไม่ใช่เวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
แต่เป็นเรื่องอย่างกระเดื่องกลองพังกลางงาน เพื่อนเมาจนสะดุดมอนิเตอร์หน้าคว่ำ หรือเพื่อนเล่นคีย์บอร์ดไปหลับไปจนคนทั้งวงหัวเราะกัน
เรื่องที่ยังจำได้จึงไม่ใช่แค่เพลง แต่เป็นคนที่อยู่ด้วยกันตอนเล่นเพลงนั้น
ดนตรีของคุณหมวยไม่ได้ถูกเล่าว่าเปลี่ยนชีวิตใคร แต่มันทำบางอย่างที่ธรรมดากว่านั้น
มันทำให้คนมาเจอกัน มีเรื่องให้หัวเราะด้วยกัน และมีความทรงจำร่วมกันกลับบ้านไป

PEOPLE CHANGE PEOPLE
ความใส่ใจบางทีก็อยู่ในหม้อจับฉ่าย
ใครทำให้คุณอยากเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้น?
คุณหมวย : ภรรยา
เพราะเธอขยัน มีความรับผิดชอบ และตรงต่อเวลา เป็นหลายอย่างที่เจ้าตัวยอมรับว่าตัวเองยังไม่ค่อยเป็น แต่สิ่งที่เขาจำได้กลับเป็นเรื่องเล็กกว่านั้น
อย่างวันที่ภรรยาทำอาหารให้แม่ของเขา หรือถามขึ้นมาเองว่า
“วันนี้กินจับฉ่ายไหม เห็นแม่ชอบ”
รวมถึงนึกถึงว่าพ่อ พี่สาว หรือคนในบ้านอยากกินอะไร ทั้งที่ไม่มีใครร้องขอ
คุณหมวยมองเรื่องเหล่านี้แล้วรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนรู้
เพราะบางครั้งการดูแลคนรอบตัวไม่ได้เกิดจาก Gesture ใหญ่โต
แต่มาจากการจำได้ว่าใครชอบกินอะไร แล้วลงมือทำให้ก่อนที่เขาจะต้องเอ่ยปาก
Life After Work
โลกที่มีโดราเอมอน และไม่ต้องเอาใครออก
คุณหมวย : ถ้าสร้างโลกหลังเลิกงานขึ้นมาเองได้ ผมอยากได้โลกที่มีรีโมต
ย้อนเวลาได้ กดหยุดได้ และเวลามีปัญหาก็อยากให้มีตัวช่วยควักของออกมาจากกระเป๋าแล้วจัดการให้
พูดไปพูดมา เขาก็สรุปโลกใบนั้นง่าย ๆ ว่า
“พี่อยากมีโดราเอมอน”
และคนที่อยากพาเข้าไปอยู่ในโลกใบนั้นด้วย คือ แฟน ครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง คนงาน และเพื่อนที่รัก
“อยู่ด้วยกันหมดเลย ไม่เอาใครออก”
ถ้ามีเวลาว่างสักหนึ่งเดือน สิ่งที่อยากทำก็ไม่ได้ซับซ้อน
พาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศ ดูหนัง นั่งเฉย ๆ และ “ไม่ทำอะไรเลย” โลกหลังเลิกงานที่ดีที่สุดของผมอาจไม่ใช่โลกที่มีทุกอย่างตามสั่ง
แต่เป็นโลกที่ปัญหาง่ายลง เวลาเดินช้าลง และ คนที่รักยังอยู่กันครบ
LOOKING BACK
ถ้ากลับไปหาเด็กคนนั้น
สิ่งที่คุณหมวยอยากบอกตัวเองตอนเด็กคือ
คุณหมวย : “อย่าไปจริงจังมาก”
เที่ยวให้มากขึ้น เล่นให้มากขึ้นเอนจอยให้มากขึ้น และไม่ต้องเครียดกับทุกเรื่อง
เพราะหลายปัญหาที่ตอนเกิดขึ้นรู้สึกว่าใหญ่มาก พอผ่านไปแล้วกลับมองย้อนกลับมาได้ว่า มันเล็กกว่าที่เคยคิด ผ่านเรื่องหนึ่งไป ก็มีเรื่องใหม่เข้ามา แล้วเราก็ผ่านมันอีก
ถ้าย้อนกลับไปได้ จึงไม่ได้อยากบอกเด็กคนนั้นให้พยายามมากกว่าเดิม
แต่อยากบอกว่า
“เล่นมากกว่านี้ ไม่ต้องเครียด มีความสุขกับชีวิตมากกว่านี้”
เรียนด้วย เล่นด้วย อกหักก็ไม่ต้องจมอยู่กับมันนาน เดี๋ยวมันก็ผ่านไป DEFINE YOURSELF
ถ้าให้เลือกสามอย่างมานิยามตัวเอง คุณหมวยตอบว่า
คุณหมวย : “ปวดหลัง ใจร้อน แล้วก็รักทุกคน”
ปวดหลัง เพราะยังเล่นกลอง
ใจร้อน เพราะรู้ตัวว่าเป็นแบบนั้น
และรักทุกคน เพราะไม่ว่าจะพูดถึงดนตรี ภรรยา ครอบครัว หรือเพื่อน เรื่องของคุณหมวยมักมีคนอื่นอยู่ในนั้นเสมอ

CLOSING QUESTION
ชีวิตหลังเลิกงานของฉัน คือ...?
คุณหมวย : “ตีกลอง”
สั้น ๆ แค่นั้น
มันไม่ใช่แค่เสียง มันมีเพื่อนที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่วัยเรียน มีคนใหม่ ๆ ที่รู้จักจากการแจม มีวงที่เพิ่มจากหนึ่งเป็นสาม มีเรื่องพัง ๆ ให้เอากลับมาหัวเราะ และมีความตั้งใจว่าจะเล่นต่อไปจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว
จริงจังกับสิ่งที่ต้องรับผิดชอบได้ แต่อย่าจริงจังจนลืมเล่น
หาเพื่อนให้เจอหาอะไรที่ยังทำแล้วสนุกให้เจอแล้วเก็บคนที่รักไว้ใกล้ ๆเพราะปัญหาที่วันนี้ดูใหญ่มาก วันหนึ่งอาจกลายเป็นเรื่องที่เรานั่งหัวเราะกับมันได้
ระหว่างนั้น ถ้ายังตีกลองไหว ก็เล่นต่อไป

.png)



Comments