top of page

Life After Work: อำพล ลีราภิรมย์

Writer: Sawanya Chaisuksawad
Sawanya Chaisuksawad
Sep 29
2 min read

Updated: 5 days ago

“เล่นมากกว่านี้ ไม่ต้องเครียด มีความสุขกับชีวิตมากกว่านี้”



หลังเลิกงาน คุณหมวยกลับไปหาสิ่งที่อยู่กับเขามาตั้งแต่วัยเรียน คือ ดนตรี

จากวันที่งานเต็มไปด้วยความรับผิดชอบ ความกดดัน และเรื่องที่ต้องจัดการ พอถึงเวลาเล่นดนตรี ทุกอย่างง่ายขึ้น เหลือแค่กลอง เพื่อน และเพลงที่อยากเล่น

บางคนในวงรู้จักกันมานาน บางคนเพิ่งเจอกัน แต่ดนตรีทำให้เริ่มต้นกันได้ด้วยประโยคง่าย ๆ ว่า

“เฮ้ย มาแจมกัน”

สำหรับคุณหมวย Life After Work จึงเป็นเวลาที่ได้วางเรื่องจริงจังลง แล้วกลับไป เล่น เจอเพื่อน และสนุกกับชีวิตอีกครั้ง

พื้นที่ไร้การแข่งขัน มีเพียงเสียงดนตรี เพื่อนร่วมวง และการปลดปล่อยตัวตน
พื้นที่ไร้การแข่งขัน มีเพียงเสียงดนตรี เพื่อนร่วมวง และการปลดปล่อยตัวตน

WHEN THE TITLE DIES

เมื่อถอดหัวโขน

ถ้าถอดตำแหน่ง บริษัท และอาชีพออกทั้งหมด อะไรในตัวคุณที่ยังทำให้คนอยากรู้จัก?

คุณหมวย : "ดนตรีและศิลปะ"

ผมชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก ส่วนกลองเริ่มจากวันหนึ่งในโรงเรียน เมื่อได้ยินเสียงกลองจากงานคริสต์มาสแล้วเดินลงไปดู ก่อนจะพบว่าคนที่กำลังตีอยู่คือเพื่อนของตัวเอง กลับบ้านไปจึงบอกพ่อว่า “ป๊า ผมจะตีกลอง”

จากนั้นกลองก็พาไปเจอเพื่อน ฟอร์มวง และอยู่ในชีวิตต่อเนื่องมาจนถึงวัย 46

สิ่งที่ผมชอบในดนตรีคือ มันทำให้คนเข้าหากันง่ายขึ้น ไม่ต้องมีบทสนทนาซับซ้อน

คุณเล่นดนตรี ผมเล่นดนตรี งั้นมาเล่นด้วยกัน


ผลงานศิลปะเรียบง่าย ลายเส้นแห่งความทรงจำ
ผลงานศิลปะเรียบง่าย ลายเส้นแห่งความทรงจำ

LIFE AFTER WORK

ทำงานแล้วไปไหน

คุณหมวย : หลังเลิกงาน ถ้าไม่ได้นั่งดื่มกับเพื่อน ผมมักไปเล่นดนตรี

จากเดิมที่มีวงหลักวงเดียว พอมาแจมและรู้จักคนเพิ่มขึ้น ก็เริ่มมีคนจากวงอื่นชวนไปเล่น จนจากวงเดียวกลายเป็นสามวง

โลกหลังเลิกงานจึงต่างจากโลกการงานอย่างชัดเจน

เพราะงานมีความรับผิดชอบ มีความกดดัน มีปัญหาที่ต้องแก้ และมีเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง

แต่พอเป็นดนตรี ผมไม่ได้มาแข่งกับใคร อยากเล่นเพลงไหนก็ชวนกัน

“เฮ้ย กูอยากเล่นเพลงนี้ว่ะ”

แล้วก็เริ่มเล่น สำหรับผม ดนตรีจึงเป็นพื้นที่ที่ไม่ต้องเอาชนะอะไร

แค่ได้ปลดปล่อย และได้อยู่กับคนที่สนุกกับสิ่งเดียวกันก็พอ THE VALUE I CREATE

คุณหมวย : เล่นไปจนกว่าจะตีไม่ไหว

ผมตั้งปณิธานกับตัวเองไว้แล้วว่า จะเล่นดนตรีต่อไปจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว

แม้ทุกวันนี้จะเริ่มปวดหลัง ปวดขา จากการตีกลองมานาน แต่ก็ยังอยากเล่นต่อ รวมถึงวาดรูปและทำงานศิลปะต่อไปเรื่อย ๆ

เรื่องที่จำได้จากการเล่นดนตรีของเขากลับไม่ใช่เวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

แต่เป็นเรื่องอย่างกระเดื่องกลองพังกลางงาน เพื่อนเมาจนสะดุดมอนิเตอร์หน้าคว่ำ หรือเพื่อนเล่นคีย์บอร์ดไปหลับไปจนคนทั้งวงหัวเราะกัน

เรื่องที่ยังจำได้จึงไม่ใช่แค่เพลง แต่เป็นคนที่อยู่ด้วยกันตอนเล่นเพลงนั้น

ดนตรีของคุณหมวยไม่ได้ถูกเล่าว่าเปลี่ยนชีวิตใคร แต่มันทำบางอย่างที่ธรรมดากว่านั้น

มันทำให้คนมาเจอกัน มีเรื่องให้หัวเราะด้วยกัน และมีความทรงจำร่วมกันกลับบ้านไป

รอยยิ้มวัย 46 ปี กับไม้กลองคู่ใจ พร้อมปณิธานว่าจะเล่นดนตรีจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว
รอยยิ้มวัย 46 ปี กับไม้กลองคู่ใจ พร้อมปณิธานว่าจะเล่นดนตรีจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว

PEOPLE CHANGE PEOPLE

ความใส่ใจบางทีก็อยู่ในหม้อจับฉ่าย

ใครทำให้คุณอยากเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้น?

คุณหมวย : ภรรยา

เพราะเธอขยัน มีความรับผิดชอบ และตรงต่อเวลา เป็นหลายอย่างที่เจ้าตัวยอมรับว่าตัวเองยังไม่ค่อยเป็น แต่สิ่งที่เขาจำได้กลับเป็นเรื่องเล็กกว่านั้น

อย่างวันที่ภรรยาทำอาหารให้แม่ของเขา หรือถามขึ้นมาเองว่า

“วันนี้กินจับฉ่ายไหม เห็นแม่ชอบ”

รวมถึงนึกถึงว่าพ่อ พี่สาว หรือคนในบ้านอยากกินอะไร ทั้งที่ไม่มีใครร้องขอ

คุณหมวยมองเรื่องเหล่านี้แล้วรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนรู้

เพราะบางครั้งการดูแลคนรอบตัวไม่ได้เกิดจาก Gesture ใหญ่โต

แต่มาจากการจำได้ว่าใครชอบกินอะไร แล้วลงมือทำให้ก่อนที่เขาจะต้องเอ่ยปาก


Life After Work

โลกที่มีโดราเอมอน และไม่ต้องเอาใครออก

คุณหมวย : ถ้าสร้างโลกหลังเลิกงานขึ้นมาเองได้ ผมอยากได้โลกที่มีรีโมต

ย้อนเวลาได้ กดหยุดได้ และเวลามีปัญหาก็อยากให้มีตัวช่วยควักของออกมาจากกระเป๋าแล้วจัดการให้

พูดไปพูดมา เขาก็สรุปโลกใบนั้นง่าย ๆ ว่า

“พี่อยากมีโดราเอมอน”

และคนที่อยากพาเข้าไปอยู่ในโลกใบนั้นด้วย คือ แฟน ครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง คนงาน และเพื่อนที่รัก

“อยู่ด้วยกันหมดเลย ไม่เอาใครออก”

ถ้ามีเวลาว่างสักหนึ่งเดือน สิ่งที่อยากทำก็ไม่ได้ซับซ้อน

พาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศ ดูหนัง นั่งเฉย ๆ และ “ไม่ทำอะไรเลย” โลกหลังเลิกงานที่ดีที่สุดของผมอาจไม่ใช่โลกที่มีทุกอย่างตามสั่ง

แต่เป็นโลกที่ปัญหาง่ายลง เวลาเดินช้าลง และ คนที่รักยังอยู่กันครบ

LOOKING BACK

ถ้ากลับไปหาเด็กคนนั้น

สิ่งที่คุณหมวยอยากบอกตัวเองตอนเด็กคือ

คุณหมวย : “อย่าไปจริงจังมาก”

เที่ยวให้มากขึ้น เล่นให้มากขึ้นเอนจอยให้มากขึ้น และไม่ต้องเครียดกับทุกเรื่อง

เพราะหลายปัญหาที่ตอนเกิดขึ้นรู้สึกว่าใหญ่มาก พอผ่านไปแล้วกลับมองย้อนกลับมาได้ว่า มันเล็กกว่าที่เคยคิด ผ่านเรื่องหนึ่งไป ก็มีเรื่องใหม่เข้ามา แล้วเราก็ผ่านมันอีก

ถ้าย้อนกลับไปได้ จึงไม่ได้อยากบอกเด็กคนนั้นให้พยายามมากกว่าเดิม

แต่อยากบอกว่า

“เล่นมากกว่านี้ ไม่ต้องเครียด มีความสุขกับชีวิตมากกว่านี้”

เรียนด้วย เล่นด้วย อกหักก็ไม่ต้องจมอยู่กับมันนาน เดี๋ยวมันก็ผ่านไป DEFINE YOURSELF

ถ้าให้เลือกสามอย่างมานิยามตัวเอง คุณหมวยตอบว่า

คุณหมวย : “ปวดหลัง ใจร้อน แล้วก็รักทุกคน”

ปวดหลัง เพราะยังเล่นกลอง

ใจร้อน เพราะรู้ตัวว่าเป็นแบบนั้น

และรักทุกคน เพราะไม่ว่าจะพูดถึงดนตรี ภรรยา ครอบครัว หรือเพื่อน เรื่องของคุณหมวยมักมีคนอื่นอยู่ในนั้นเสมอ

อาณาจักรของคุณหมวย — ชุดกลองคู่ใจในห้องซ้อม ใช้หลบหลีกความวุ่นวายจากโลกการทำงาน มาสู่จังหวะชีวิตที่เป็นตัวเอง
อาณาจักรของคุณหมวย — ชุดกลองคู่ใจในห้องซ้อม ใช้หลบหลีกความวุ่นวายจากโลกการทำงาน มาสู่จังหวะชีวิตที่เป็นตัวเอง

CLOSING QUESTION

ชีวิตหลังเลิกงานของฉัน คือ...?

คุณหมวย : “ตีกลอง”

สั้น ๆ แค่นั้น

มันไม่ใช่แค่เสียง มันมีเพื่อนที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่วัยเรียน มีคนใหม่ ๆ ที่รู้จักจากการแจม มีวงที่เพิ่มจากหนึ่งเป็นสาม มีเรื่องพัง ๆ ให้เอากลับมาหัวเราะ และมีความตั้งใจว่าจะเล่นต่อไปจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว


จริงจังกับสิ่งที่ต้องรับผิดชอบได้ แต่อย่าจริงจังจนลืมเล่น

หาเพื่อนให้เจอหาอะไรที่ยังทำแล้วสนุกให้เจอแล้วเก็บคนที่รักไว้ใกล้ ๆเพราะปัญหาที่วันนี้ดูใหญ่มาก วันหนึ่งอาจกลายเป็นเรื่องที่เรานั่งหัวเราะกับมันได้

ระหว่างนั้น ถ้ายังตีกลองไหว ก็เล่นต่อไป






 
 
 

Comments


bottom of page