Life After Work · ปฏิพัทธ์ มหาคุณ

Updated: 5 days ago
“ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองส่งต่อคุณค่าอะไรใหญ่โต แต่อย่างน้อย
ถ้าคุณเดินมาหาผมแล้วได้ยิ้มออกไปสักนิด ผมว่าก็โอเคแล้ว”

จากดนตรี เปียโน เครื่องดื่ม จนถึงช็อกโกแลต คุณยศเป็นคนประเภทที่พอสนใจอะไรแล้วจะลงไปทำความเข้าใจมันจริง ๆ และหลายครั้ง ความชอบเหล่านั้นก็ลงเอยด้วยการกลายเป็นงาน
แต่สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่ว่าเขาทำอะไรบ้าง แต่อยู่ที่ระหว่างทาง สิ่งเหล่านั้นพาเขาไปเจอใคร และเขาทิ้งอะไรไว้ให้คนเหล่านั้นบ้าง
WHEN THE TITLE DIES เมื่อถอดหัวโขน
ถ้าถอดตำแหน่ง บริษัท และอาชีพออกทั้งหมด อะไรในตัวคุณที่ยังทำให้คนอยากรู้จัก?
คุณยศ: น่าจะเป็นเรื่องดนตรีครับ จริง ๆ ผมเรียนจบกลอง แต่สิ่งที่ผมชอบกลับเป็นเสียงของคีย์บอร์ดกับเปียโน ก็เลยหัดเล่นเอง
ผมค่อนข้างถนัดเรื่องการฟัง คือได้ยินเพลงแล้วสามารถเล่นออกมาได้โดยไม่ต้องอ่านโน้ต
แต่ผมไม่อยากเรียกมันว่าพรสวรรค์นะ เรียกว่าผมเข้าใจมันมากกว่า
พอเข้าใจมันมากขึ้น สุดท้ายก็มีโอกาสได้ไปสอนเรื่องนี้โดยตรง ทั้งการฟังและการแกะเพลง จากสิ่งที่เคยเป็นงานอดิเรกนอกเวลางาน มันก็เลยกลายเป็นงานไปอีก
เหมือนหลายอย่างในชีวิตผม พอชอบแล้วศึกษามันไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็เอาไปทำเป็นงานหมด


มีเรื่องอะไรที่คนมักพูดว่า “เรื่องนี้ต้องถามคุณ”?
คุณยศ: ถ้าเมื่อก่อนก็คงเป็นดนตรี แต่ตอนนี้น่าจะมีเรื่องเครื่องดื่มกับช็อกโกแลตเพิ่มเข้ามา
จริง ๆ วิธีที่ผมสนใจสองเรื่องนี้ค่อนข้างคล้ายกัน คือผมจะพยายามเข้าใจว่ามันทำงานยังไง
อย่างเรื่องเครื่องดื่ม ผมไม่ได้ไปเรียนโดยตรง ก็ศึกษาจากอินเทอร์เน็ต YouTube ดูสูตรของคนอื่น แล้วค่อยเอามาปรับ ผมว่าทุกอย่างมันกลับไปที่ทฤษฎี
ถ้าคุณเข้าใจทฤษฎี คุณก็ปรับมันได้ แต่ถ้าคุณไม่เข้าใจ คุณจะปรับไม่ได้

LIFE AFTER WORK ทำงานแล้วไปไหน
ทำงานแล้ว...คุณไปไหน?
คุณยศ: ถ้าถามว่าเลิกงานแล้วไปไหน พูดตามตรงคือ ผมก็จะไม่ทำอะไรแล้ว (หัวเราะ)
เพราะผมแทบไม่มีงานอดิเรกอื่นนอกจากสิ่งที่อยู่ในงาน ตอนที่ผมทำสิ่งที่ทำอยู่ มันก็คืองานอดิเรกของผมด้วย กลับกัน พอออกจากสิ่งที่ผมชอบทำ สิ่งที่ต้องไปทำต่อกลับเป็น “งานจริง ๆ” อย่างบัญชี หาซัพพลายเออร์ หรือจัดการเรื่องอื่น มันเลยอาจจะสลับกับคนอื่นนิดหนึ่ง
สิ่งที่อยู่นอกโลกการทำงาน ให้อะไรกับคุณที่งานให้ไม่ได้?
คุณยศ: ถ้าย้อนกลับไปตอนที่ยังเป็นพนักงานบริษัท ผมคิดว่าสิ่งที่ผมยังไม่มีตอนนั้นคือ ผมไม่รู้ว่าอะไรสำคัญ ไม่ว่าจะในชีวิตหรือในการทำงาน ตอนเป็นพนักงาน ความรับผิดชอบก็สำคัญ แต่พอมาทำอะไรของตัวเอง มันสำคัญกว่าเดิมเยอะ เพราะสุดท้ายเราต้องเป็นคนรับผิดชอบมันเอง
ความรู้ ความเข้าใจก็เหมือนกัน พอต้องทำเองจริง ๆ เราถึงเริ่มรู้ว่าอะไรสำคัญ
THE VALUE I CREATE สิ่งที่ทิ้งไว้ระหว่างทาง
มีโมเมนต์ไหนที่ทำให้รู้สึกว่า “นี่แหละ คือเหตุผลที่เรายังอยากทำสิ่งนี้?
คุณยศ: เป็นความแฮปปี้ส่วนตัวของผมล้วน ๆ เลยครับ
เรื่องเงินไม่ตอบโจทย์แน่นอน ผมไม่ได้ร่ำรวยจากสิ่งนี้ และไม่มีแนวโน้มว่าจะร่ำรวยจากสิ่งนี้ด้วย
แต่ผมยังสนุกกับมันอยู่มาก ๆ ผมว่านั่นคือเหตุผลที่ยังทำอยู่
สิ่งที่คุณทำเคยเปลี่ยนชีวิต หรือสร้างอะไรให้ใครแบบที่ตัวเองคาดไม่ถึงไหม?
คุณยศ: ผมไม่รู้ว่าถึงขั้นเปลี่ยนชีวิตไหม แต่มันมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นกับผมบ่อย ตั้งแต่ตอนเป็นครูจนถึงตอนขายช็อกโกแลตชอบมีคนเข้ามาคุยกับผม อย่างบางคนทำงานอยู่แถวร้านมานาน ไม่เคยเข้าร้านเลย แต่วันสุดท้ายของการทำงาน เขากลับเลือกเข้ามา แล้วนั่งเล่าให้ผมฟังว่าทำไมถึงออกจากงาน
บางคนโดนให้ออก บางคนออกจากงานที่ทำมาหลายปีทั้งที่จริง ๆ ยังชอบอยู่ แล้วช่วงนั้นเขาก็ดาวน์มาก
ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องเป็นวันนั้น ทำไมเขาถึงเลือกมาคุยกับผม
แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เครื่องดื่มหนึ่งแก้ว หรือบทสนทนาของเรา มันช่วยคอมฟอร์ทเขาได้บ้างหรือเปล่า แต่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้งเหมือนกัน

PEOPLE CHANGE PEOPLE คนเปลี่ยนคน
คุณเคยเจอคนแบบไหน ที่ทำให้คุณอยากกลับไปเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้น?
คุณยศ: ถ้ามองจากสิ่งที่ผมเจอ ผมว่าการได้ทำอะไรเองทำให้เราเจอคนหลายแบบ แล้วแต่ละคนก็ทำให้เราเห็นอะไรบางอย่างที่เมื่อก่อนไม่เคยคิด โดยเฉพาะเรื่องความรับผิดชอบ การเรียนรู้ หรือการรู้ว่าอะไรสำคัญกับชีวิตเรา ผมคิดว่าพอเราเจอคนมากขึ้น ทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น มันก็ทำให้เราอยากเป็นตัวเองที่แอคทีฟกว่าเดิม อยากเรียนรู้เรื่องอื่นเพิ่มขึ้น ไม่ใช่อยู่แค่กับสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว
คุณคิดว่าตัวเองส่งต่ออะไรกลับไปให้คนรอบตัว?
คุณยศ: ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองส่งต่อ “คุณค่า” อะไรใหญ่โตนะ
ไม่ใช่เงิน ไม่ใช่งาน หรือแม้แต่ความรู้ แต่ถ้าคุณเดินมาหาผมที่ร้าน แล้วผมแซวอะไรคุณสักเรื่องหนึ่ง
อย่างน้อยคุณได้ยิ้มออกไปสักนิด หรือหัวเราะออกไปหน่อย ผมว่าก็โอเคแล้ว
ผมไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไรเหมือนกัน ประมาณนั้นครับ
Life After Work ออกแบบโลกหลังเลิกงาน
ถ้าสร้าง “โลกหลังเลิกงาน” ของตัวเองได้หนึ่งใบ คุณอยากให้โลกนั้นเป็นแบบไหน?
คุณยศ: สำหรับผมอาจจะตอบยาก เพราะงานกับสิ่งที่ชอบมันค่อนข้างปนกันอยู่แล้ว
แต่ถ้าเลือกได้ ผมอยากให้มันเป็นโลกที่ผมยังมีเวลาไปเรียนรู้อะไรอื่น ๆ
พอทำธุรกิจเอง เรารู้เลยว่ามีอีกหลายเรื่องที่เราต้องรู้ การเอาเวลานอกงานไปศึกษาเรื่องอื่นหรือพัฒนาตัวเองด้านอื่น มันสำคัญเหมือนกัน
ในโลกใบนั้น คุณอยากเป็นตัวเองในเวอร์ชันไหน?
คุณยศ: อยากเป็นตัวเองในร่างที่แอคทีฟกว่านี้
แต่ไม่เคยทำได้เลยนะ (หัวเราะ) จริง ๆ ผมไม่ได้เป็นคนแอคทีฟ ผมเป็นคนเฉื่อย ๆ...ไม่สิ เรียกว่าขี้เกียจดีกว่า (หัวเราะ) แต่พอมาทำอะไรเอง เราเรียนรู้ว่าการแอคทีฟมันสำคัญ ถ้ามีเวลาว่างก็อยากเอาไปศึกษาอะไรเพิ่ม ไปเรียนรู้ด้านอื่น ๆ มากขึ้น เพราะงั้นถ้าเลือกได้ ผมก็อยากเป็นคนที่แอคทีฟกว่านี้
DEFINE YOURSELF
ถ้าให้บอกตัวตนของคุณยศแบบสั้นที่สุด คุณเป็นคนแบบไหน?
คุณยศ: “ผมเป็นเนิร์ดที่พยายามจะติสท์...แต่เป็นติสท์ขี้เกียจ” (หัวเราะ)
ถ้าให้เติมประโยคนี้สั้น ๆ “ชีวิตหลังเลิกงานของผม คือ ________”?
คุณยศ: “ชีวิตหลังเลิกงานของผม ก็คืองานของผม” จริง ๆ มันก็ค่อนข้างจะเป็นอย่างนั้นนะ...
เพราะสิ่งที่ผมทำเป็นงานทุกวันนี้ มันก็คือสิ่งที่ผมชอบอยู่แล้ว

.png)



Comments